5 เดือนแรกในมิยาซากิ กับการเติบโตในแบบของผม

5 เดือนแรกในมิยาซากิ กับการเติบโตในแบบของผม

สวัสดีครับ หลังจากผมเองห่างหายจากการเขียนไปนาน วันนี้ในโอกาสที่ผมได้มาเป็นนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ครบ 5 เดือน ผมเองก็เลยอยากจะรวบรวมสิ่งต่างๆ ที่ผมได้เจอมา แล้วมาเล่าให้ทุกๆ คนได้ฟังกันครับ

จุดเริ่มต้น

เรื่องมันเกิดจาก ผมได้มีโอกาสเข้าร่วม Sakura Science Exchange Program ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนระยะสั้น ประมาณ 10 วันกับมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น ในช่วงเดือนสิงหาคม 2024 กิจกรรมนี้ทำให้ผมก็ได้รู้จักกับอาจารย์ที่ University of Miyazaki จังหวัด Miyazaki แล้วอาจารย์ท่านก็สอบถามว่าผมมาสนใจมาเรียนต่อมั้ย ตอนแรกผมก็เฉยๆ พอกลับมาคุยกับอาจารย์ที่ไทย คุยกับครอบครัวก็ทุกคนเชียร์ แล้วก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในชีวิต ก็เลยตอบอาจารย์เขาว่าสนใจ จากนั้นก็ดำเนินการต่างๆ ทั้งการสมัครทุน การสมัครเรียน อื่นๆ ผมอ่ะโชคดี ผมได้ทุน MEXT ในส่วนของ University Selection ถือว่าโอกาสดีมากๆ ของผมเลย

University of Miyazaki

ก้าวแรกในญี่ปุ่น

ผมมาเรียนที่นี่ โดยเป็น Research Student เป็น Non-Degree ครึ่งปี ก่อนที่จะเข้าเรียน ป.เอก ที่นี่ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไปอีก 3 ปีครับ ที่นี่ให้การต้อนรับผมอย่างดีครับ มหาลัยก็มีคนไทยอยู่ประมาณ 10 กว่าคน คนไทยที่นี่น่ารักมากทุกคน

ในคณะวิศวกรรมของผม ผมเป็นคนไทยคนแรก และยังเป็นคนเดียว เลยต้องปรับตัวมากหน่อย ในส่วนของ Lab ที่ผมมาอยู่มี ทั้งเพื่อนคนญี่ปุ่น แล้วก็เพื่อนจากจากประเทศเพื่อนบ้านผมอย่างเมียนมาร์ครับ ระบบของที่นี่ เขาจะมี Tutor 1 คนที่จะช่วยดูแลผม ไม่เหมือนคำว่าติวเตอร์ในไทยนะครับ เหมือนเป็นพี่เลี้ยง คอยขับรถพาเราไปดำเนินการต่างๆ คอยช่วยเหลืออะไรต่างๆ เพราะภาษาญี่ปุ่นยังไม่ค่อยคล่อง รวมถึงยังไม่ค่อยทราบวิธีการใช้สิ่งต่างๆ ในญี่ปุ่นด้วยครับ ซึ่งติวเตอร์ผมน่ารักมากๆ เป็นคนดีมากๆ เขาเป็นนักศึกษา ป.ตรีนะครับ แต่เป็นคนสนุกสนาน และผมโชคดีมากๆ ที่ได้เขาเป็นติวเตอร์ผม รวมถึงเพื่อนๆ เมียนมาร์ กับ เพื่อนๆ ญี่ปุ่นใน Lab ก็ Nice กับผมมากๆ

Agriculture Field in University of Miyazaki

ในชีวิต Research Student ผมไม่มี Class อะไรครับ นอกจากภาษาญี่ปุ่น ซึ่งผมเลือก Beginner Level ยังไม่ถึงระดับ JLPT-N5 ด้วยซ้ำ ซึ่งผมยอมรับในวิธีการสอนของเขาเลยนะ คือเขาวางหลักสูตรดีมากอ่ะ อาจจะเพราะเราโตด้วย ไม่มีคันจิ ไม่ได้ไวยากรณ์จ๋ามาก แต่ก็มีไวยากรณ์ มีหลักการ แล้วก็สามารถทำให้เราสื่อสารกับคนที่นี่ได้ ตอนนี้ผมอ่าน Hiragana, Katakana ได้ ตอนแรกผมยังไม่ค่อยเข้าใจบทบาทของ Katakana เท่าไหร่นัก แต่พอมาอยู่ที่นี่เลยรู้ว่าสำคัญมาก เพราะว่ามันเอาไว้เขียนคำที่ยืมมาจากภาษาต่างชาติ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่นเองมีคำที่ยืมจากภาษาต่างประเทศมามากกว่าที่ผมคิดซะอีก การอ่าน Katakana ช่วยได้มากเลย

ชีวิตในญี่ปุ่น

ส่วนเรื่องชีวิตในญี่ปุ่นเหรอครับ ช่วงวันแรกๆ อาจจะงงๆ อยู่ แต่พอผ่านไป ผมเริ่ม Happy มากนะ การคุยกันในห้อง อะไรต่างๆ มันรู้สึกเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อะไรกัน สนุกสนาน ทุกคนอบอุ่นกับเรามากๆ แต่พอเข้าสู่ช่วงเวลาที่ทุกคนต้องโฟกัสกับการเรียนและงานวิจัยมากขึ้น ความถี่ในการทำกิจกรรมร่วมกันอาจจะลดลงบ้าง ช่วงแรกยังไม่คุ้นกับการทำงานที่นี่ เลยอาจมีสงสัยบ้าง แต่พอเข้าใจแล้วก็พบว่ามันเป็นการปรับตัวตามลักษณะของงาน จากการที่ได้สัมผัสหลายคนที่นี่ให้ความสำคัญกับเนื้องานมาก ๆ แต่ทุกคนก็ยังคงน่ารัก และพร้อมส่งความช่วยเหลือให้ผมเสมอ ผมจึงเริ่มมีความสุขกับความสัมพันธ์รูปแบบนี้มากขึ้น เวลาเราไปคุยด้วย เวลาไปเที่ยว เวลาปาร์ตี้อะไร เราก็ยังพูดคุยกันเฮฮา หยอกล้อกัน แต่ในเวลางาน ทุกคนจะอยู่ในโหมดงาน โฟกัสกับงานตรงหน้า ผมอาจจะต้องใช้เวลาสักพักในการปรับตัว แต่พอเข้าใจผมยิ้มมากขึ้น นิ่งมากขึ้น แล้วก็มีความสุขกับวัฒนธรรมนี้ครับ

Me at the University of Miyazaki

อีกอย่างหนึ่งผมได้เรียนรู้ว่าการเคารพพื้นที่ส่วนตัว (Personal Space) เป็นสิ่งสำคัญมากในวัฒนธรรมญี่ปุ่นครับ ในช่วงแรก ผมเองก็มีช่วงเวลาที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับขนบธรรมเนียมเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นบทเรียนล้ำค่าในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในต่างแดนครับ

การเรียนของที่นี่

การเรียนคือทุกคนตั้งใจมากครับ งานที่นี่อาจไม่ได้เน้นความใหญ่โตแต่ Practical มากๆ งานวิจัยทุกชิ้นผมอินกับมันมากๆ เลย มันมีเหตุผล ตอบโจทย์จริง แล้วแบบเราเข้าใจเลยว่า ถ้าสมมติว่าเราเข้าไปร้าน 100 Yen หรือไป Supermarket ของเขา เราจะพบว่า จะมีสิ่งที่เกิดขึ้นที่มันตอบสนองสิ่งเล็กๆ ในชีวิตประจำวันของเรา จนบางอย่างเราเลยคิดว่าทำไมเราไม่เคยมองมุมนี้มาก่อน มันทำให้สะดวกขึ้นเยอะเลย ไม่แน่นะครับ สิ่งเหล่านี้ อาจจะเคยเป็นงานวิจัยของใครมาก่อนก็ได้

Me, When Presenting

แล้วงานที่นี่ละเอียดมากครับ งาน ป.ตรี ที่นี่เข้มข้น และละเอียดมากๆ ครับ มี Seminar, Progress Report บ่อยมาก แล้วทุกคนพร้อมจะช่วยกันตั้งคำถาม และให้คำแนะนำกัน ทั้งเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง ทุกคนถามหมด บางครั้งอาจารย์จะเปิดโอกาสให้พวกเราช่วยกันถามก่อน แล้วค่อยเสริมตอนท้าย เพื่อนกันคือแนะนำกันครับ 555 คือแต่ละคนนำเสนอ 25 นาที ถามตอบบางทีอีก 30-35 นาที บางคนเป็นชั่วโมง ทำให้ผมรู้สึกเหมือนต้อง Defense งานบ่อยๆ เลย แต่ด้วยความที่มันถี่อ่ะครับ ทุกคนก้าวกระโดดหมดเลย จากที่ตอนแรกยังคิดว่าจะเป็นไปได้มั้ยนะ แต่พอกลับมาดูหลังจาก สี่เดือนผ่านไป ยังตกใจเลยว่าทำได้ยังไง แต่ว่ามันยังแค่นิดนึงเท่านั้นของโปรเจกต์ ระยะทางยังอีกยาวไกลมากๆ ยังไม่ถึง 5% ด้วยซ้ำ บางอย่าง Finetune แค่นิดๆ หน่อยๆ เขาก็สนใจหมดนะ คือแบบงานละเอียด มีเหตุผล มีที่มาทุกอย่างครับ ผมรู้ว่าหลังเมษายนนี้เข้าช่วงงานหนักแน่ๆ ก็เลยเตรียมใจไว้ล่วงหน้าครับ

บทส่งท้ายและก้าวต่อไป

Sakura in Miyazaki

ก็ประมาณนี้แหละครับ มันมีหลายๆ อย่าง ช่วงนี้ปิดเทอม แต่ก็เข้า Lab อยู่ครับ แต่มันไม่มีภาวะกดดันมาก เพิ่งผ่านกิจกรรม Sakura Science Program ของปี 2026 มา ผมดีใจนะ ที่วันนึงได้เป็นผู้รับ วันนี้ได้มาส่งมอบบ้าง สนุกมาก เวลาที่แบบทุกคนมาทำกิจกรรมด้วยกัน ก็อย่างงี้แหละครับ การมาอยู่ที่ญี่ปุ่นทำให้ผมได้ฝึกความอดทน และ จัดการกับตัวเองมากขึ้น บางทีก็อดทนในวันที่เหนื่อย แล้วก็รอไปมีความสุขเวลาไปกินข้าวด้วยกัน สอนให้ดูสภาพอากาศดีๆ หรือดูกาลเทศะ ดีๆ ว่าวันนี้ควรทำอะไร ทำยังไง นิ่งให้เป็น ใจเย็นๆ คิดดีๆ ก่อนทำอะไร รวมถึงสอนให้ใจดีกับตัวเอง ขอบคุณทุก ๆ คนที่นี่ ที่ใจดีกับผมนะครับ รวมถึงขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านด้วยครับ เป็นกำลังใจให้ผมต่อไปด้วยนะครับ

หมายเหตุ

บทความนี้เขียนจากประสบการณ์และมุมมองส่วนตัวของผมเอง โดยมีการใช้เครื่องมือ Generative AI หลายแพลตฟอร์ม (เช่น ChatGPT, Microsoft Copilot, Claude และ Gemini) เพื่อช่วยตรวจสอบถ้อยคำ แก้ไขคำผิด และประเมินเนื้อหาในมุมที่อาจกระทบต่อผู้อื่น ทั้งนี้ เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างระมัดระวังและสร้างสรรค์มากที่สุด